บทที่ 10 EP10 หนูมีเรื่องต้องบอกพี่ค่ะ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านผืนเก่าเข้ามากระทบเปลือกตา นลินดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดร้าวที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย อาการพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคออย่างรุนแรงจนเธอต้องรีบตะเกียกตะกายวิ่งไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำ อาเจียนจนหยาดน้ำตาเล็ดทว่ากลับไม่มีเศษอาหารใดหลุดรอดออกมานอกจากน้ำย่อยสีใส ร่างบอบบางทรุดฮวบลงกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ หอบหายใจสะท้าน
ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก คราวนี้มันไม่ใช่แววตาของหญิงสาวที่อ่อนแอและสิ้นหวังอีกต่อไป สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ถูกปลุกเร้าผ่านความทรมานทางร่างกายทำให้เธอตระหนักได้ว่า เธอไม่อาจหลับตาหนีความจริงข้อนี้ได้อีกต่อไป
ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะใจร้ายสักแค่ไหน แต่เขาคือ ‘พ่อ’ และเขามีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของสายเลือดดวงนี้...แม้ว่าท้ายที่สุดเขาจะสั่งให้เธอทำลายมันทิ้ง เธอก็จะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องลูกเอาไว้ให้ได้
หญิงสาวยันกายลุกขึ้นยืน จัดการอาบน้ำชำระล้างความทรุดโทรม และสวมชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเมื่อคืนหลายเท่าตัว
เสียงรูดซิปกระเป๋าสะพายใบเก่าดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้องเช่าซอมซ่อ นลินดาบรรจงซ่อนแท่งตรวจครรภ์พลาสติกทั้งสามอันที่ปรากฏขีดสีแดงคู่ขนานลงไปในช่องลึกที่สุดของกระเป๋า การกระทำนั้นเชื่องช้าทว่าหนักอึ้งราวกับเธอกำลังกักขังชะตากรรมของตัวเองเอาไว้ในมุมมืดที่ไม่มีใครมองเห็น มือบางสั่นเทายกขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตนเองอีกครั้ง สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความสับสนหวาดกลัวแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว
‘แม่จะบอกเขาวันนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่จะปกป้องหนูเอง’
พยาบาลสาวในชุดสีขาวสะอาดตาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ วันนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องหาจังหวะพูดคุยกับตุลธรให้รู้เรื่อง แม้เมื่อคืนเขาจะเพิ่งประกาศข่าวการหมั้นหมายผ่านสื่อโทรทัศน์ไปอย่างยิ่งใหญ่ แต่สายเลือดที่กำลังก่อกำเนิดอยู่ในครรภ์ของเธอคือความจริงที่เขาต้องรับรู้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด เธอจะยอมรับและเผชิญหน้ากับมัน
บรรยากาศในคลินิกศัลยกรรมความงามระดับไฮเอนด์ยังคงวุ่นวายเช่นทุกวัน ทว่าสำหรับนลินดาแล้ว ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านโถงทางเดินกลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนปลายมีดแหลมคม อาการวิงเวียนและคลื่นไส้ยังคงคอยก่อกวนอยู่เป็นระยะ เธอต้องพยายามสูดดมยาดมหลอดเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์เพื่อระงับความทรมานไม่ให้ใครจับสังเกตได้
“วันนี้หน้าตาดูไม่ได้เลยนะนลินดา โทรมเหมือนคนไม่ได้นอน หรือว่ามัวแต่นั่งร้องไห้เสียใจที่เห็นข่าวคู่หมั้นของคุณหมอเมื่อคืนล่ะ” รสาเดินเข้ามากระซิบถากถางด้วยใบหน้าเยาะเย้ย ขณะที่พวกเธอกำลังจัดเตรียมเวชภัณฑ์อยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์
นลินดาเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่ต่อปากต่อคำ เธอหยิบแฟ้มเอกสารสรุปคิวผ่าตัดของวันนี้มากอดไว้แนบอก หมุนตัวเดินเลี่ยงไปทางห้องพักแพทย์ส่วนตัวของตุลธร หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกกระหน่ำจนปวดหนึบไปหมดเมื่อคิดว่าอีกเพียงไม่กี่วินาทีข้างหน้า เธอจะต้องเอ่ยปากบอกความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตให้เขาฟัง
มือบางเคาะประตูไม้เนื้อแข็งสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปด้านใน ตุลธรนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขากำลังเซ็นเอกสารสั่งซื้อเครื่องมือแพทย์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ชายหนุ่มสวมเสื้อกาวน์ทับเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท ขอบตาของเขาคล้ำลงเล็กน้อยบ่งบอกถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
“แฟ้มคิวผ่าตัดของวันนี้ค่ะคุณหมอ” นลินดาวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นระริก เธอพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เธอมอบหัวใจให้ด้วยความหวังที่ริบหรี่ “คุณหมอคะ หนูมีเรื่องสำคัญ...เรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยด้วยค่ะ”
ตุลธรชะงักปลายปากกา เขาตวัดสายตาขึ้นมองใบหน้าซีดเซียวของพยาบาลสาวด้วยแววตาราบเรียบแฝงความหงุดหงิด “ฉันมีเวลาไม่มาก ถ้าจะมาร้องห่มร้องไห้เรียกร้องความสนใจเรื่องข่าวเมื่อคืนก็เก็บปากไปซะ ฉันบอกเธอไปชัดเจนแล้วว่าสถานะของเธอคืออะไร อย่าทำให้ฉันต้องรำคาญตั้งแต่เช้า”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะพี่ตุลย์” นลินดาเผลอหลุดสรรพนามที่ใช้เรียกกันยามอยู่ตามลำพังออกมาด้วยความลืมตัว “เรื่องนี้มันเกี่ยวกับร่างกายของหนู เกี่ยวกับเรา”
